
 |
ร.๑๖พัน.๓ กำเนิดจาก ร.๖ พัน.๕ จัดตั้ง หน่วย ตามคำสั่ง ทบ.(เฉพาะ)ที่่ ๑/๒๖ ลง๓ ม.ค.๒๖ ตามโครงการเสริมสร้างกำลังและเพิ่มเติมประสิทธิภาพของกองทัพบก โดยเป็น หน่วยขึ้นตรง ร.๖ ใช้นามหน่วยว่า "ร.๖ พัน.๕" การแปรสภาพ และการเปลี่ยนแปลงนาม หน่วย ทบ.ได้ สั่งการโอนการบังคับบัญชา ร.๖ พัน.๕ ไปขึ้นกับ ร.๑๖ และเปลี่ยนนาม หน่วยเป็น "ร.๑๖ พัน.๓" ตามคำสั่งทบ. (เฉพาะ) ที่ ๑๓๐/๒๘ ลง ๑๕ พ.ค. ๒๘ และได้ทำการ แปรสภาพ จากกองพันทหารราบเบา เป็นกองพัน ทหารราบมาตรฐาน ตามคำสั่ง ทบ.(เฉพาะ)ที่ ๓๐๐/๒๘ ลง ๙ ธ.ค. ๒๘ และได้เคลื่อนย้ายเข้า ที่ตั้ง ปกติถาวรที่ ค่าย บดินทร เดชา อ.เมือง จ.ยโสธร เมื่อวันที่ ๒๙ เม.ย. ๒๘ ตามคำสั่ง ทบ.(เฉพาะ) ที่ ๗๗/๒๘ ลง ๑๑ มี.ค.๒๘ และปรับเป็น อัตราโครง ตามแผนการปรับปรุง กำลัง ทบ. ปี ๓๕ - ๓๙ แต่ได้ชะลอ การ ปรับหน่วยไปจนถึงปัจจุบัน ร. ๑๖ พัน.๓ จัด หน่วย พัน.ร.มาตรฐาน ตาม อจย.หมายเลข ๗ - ๑๕ ตามคำสั่ง ทบ. (เฉพาะ) ที่ ๑๔๓/๒๒ ลง วันที่ ๑ มิ.ย. ๓๒ |
|

|
ร.๑๖ พัน.๓ เป็นหน่วยที่จัดตั้งขึ้นมาในระยะเวลาไม่นานนัก แต่ก็มีเกียรติประวัติของหน่วยจาก การปฏิบัติภารกิจตามแผนป้องกันประเทศที่สำคัญ ๆ หลายครั้ง ซึ่งหน่วยมีความภาคภูมิใจที่กำลังพล ทั้ง นายทหาร นายสิบ และพลทหาร ได้ร่วมกันประกอบพฤติกรรมอันเป็นวีรกรรมที่สมควรแก่การยกย่องเชิดช ูและจารึกไว้ในความทรงจำถึงความกล้าหาญเสียสละแม้ชีวิตและเลือดเนื้อ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราชและ อธิปไตยของชาติ โดยได้ทำการจัดกำลังเพื่อออกปฏิบัติราชการสนามชายแดน ตามแผนป้องกันประเทศ ตั้งแต่ ต.ค. ๒๗ เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน อาทิเช่น.- |
- ต.ค. ๒๗ ถึง ก.ย. ๒๘ จัดกำลังออกปฏิบัติราชการสนาม ที่ กกล.สุรนารี โดยจัด ๑ มว.ป้องกัน รวมทั้งจัดกำลังพลบางส่วนปฏิบัติงานใน บก.กกล.สุรนารี และจัดกำลัง ๑ ร้อย.ร. เข้าร่วมปฏิบัติการรบเพื่อผลักดันฝ่ายข้าศึก กรณีล่วงล้ำอธิปไตยที่ บ.ตาตูม จ.สุรินทร์ เมื่อ เม.ย. ๒๘
- ต.ค. ๒๘ ถึง ก.ย. ๒๙ จัดกำลัง ๑ มว.ป้องกัน ออกปฏิบัติราชการสนามร่วมกับ ชค.๒๔ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา และจัด ๒ กองร้อย อวบ.สมทบ ร.๑๖ พัน.๑ และ ร.๑๖ พัน.๒ เพื่อปฏิบัติตามแผนกองหนุน
- ต.ค. ๒๙ ถึง ก.ย. ๓๐ ร.๑๖ พัน.๓ ได้รับมอบภารกิจให้จัดกำลัง ๑ กองร้อย. ร. และ ๑ มว.ป้องกัน ในการปฏิบัติการรบที่บริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดยกำลังพลของหน่วยได้ประกอบวีรกรรมในการรบด้วยความกล้าหาญและเสียสละยิ่ง เป็นผลให้มีกำลังพลเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายนาย โดยมีตัวอย่างพฤติกรรมการรบในพื้นที่ช่องบก ดังนี้.-
พฤติกรรมอันเป็นวีรกรรมในการปฏิบัติการรบที่พื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
ร.๑๖ พัน.๓ ได้จัดกำลังสมทบให้กับ พัน.ร.ฉก.๑๖๒ เพื่อปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศบริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี คือ ร้อย.ร.๑๖๓๑ ภายใต้ การนำของ ร.อ.มนตรี สุดยินดี ผบ.ร้อย ซึ่งสถานการณ์ในขณะนั้นอยู่ในห้วงเดือน กุมภาพันธ์ - มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ทหารเวียดนามเฮงสัมริน ได้ทำการ รุกล้ำอธิปไตยของชาติ โดยเข้ายึดภูมิประเทศสำคัญในเขตประเทศไทย คือพื้นที่บริเวณช่องบก ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อของสามประเทศ (ไทย - สปปล. - กพป. )
นับเป็นพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ฝ่าย ตรงข้ามได้เข้ามายึดครองภูมิประเทศสำคัญบริเวณนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ และมีการดัดแปลงเป็นพื้นที่มั่นแข็งแรงวางสนามทุ่นระเบิด - กับ ระเบิด รวมทั้งการวางแผนการยิงสนับสนุนจากเนินสูงข่มต่าง ๆ เช่น เนิน ๔๐๘ , เนิน ๓๘๒ , เนิน ๕๖๕, เนิน ๔๖๙ และเนิน ๔๗๗ ฉก.ร.๑๖ ( ร.๑๖ ) ได้สั่งการให้ พัน.ร.ฉก.๑๖๒ ทำการผลักดัน และขับไล่ข้าศึกให้ออกนอกประเทศ โดยเข้าตีต่อที่หมาย เนิน ๔๐๘ เพื่อผลักดันทำลายกำลังฝ่ายตรงข้าม ใน ๑๕ ธ.ค. ๒๙ จนจบภารกิจ
|
|
การเข้าตีที่หมาย เนิน ๔๐๘
การจัดกำลัง ร้อย.ร.๑๖๒๓ เป็นส่วนเข้าตีหลักและมี ร้อย.ร.๑๖๓๑ เป็นส่วนเข้าตีสนับสนุน โดยใช้ยุทธวิธีสงคราม ป้อมค่ายเคลื่อนที่รุกเข้าหาที่หมาย ข้าศึกอย่างช้า ๆ เนื่องจากพื้นที่การรบเต็มไปด้วยอุปสรรคต่าง ๆ นานัปการ ฝ่ายตรงข้ามมีการใช้ทุ่นระเบิดกับระเบิดอย่างกว้างขวาง และต่อต้านการรบ ของ ฝ่ายเราด้วยอาวุธยิงทุกชนิดรวมทั้งอาวุธยิงสนับสนุน เช่น เครื่องยิงลูกระเบิด , ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง และปืนใหญ่
เมื่อ ๐๒๑๓๐๐ ก.พ.๓๐ ชุด ลว.ของ มว.ร.๑๖๓๑/๒ ตรวจการณ์พบ ทวน./เฮง ฯ ประมาณ ๕ - ๖ คน บริเวณพิกัด WA ๒๓๓๘๗๗ ลักษณะกำลังเอาน้ำที่บริเวณห้วยพลาญเสือ
เมื่อ ๐๓๐๙๓๐ ก.พ.๓๐ มว.ปล.ที่ ๒ ของ ร้อย.ร.๑๖๓๑ ได้จัดกำลังออก ลว. พื้นที่ปฏิบัติการภายใต้การนำของ ร.ท.อนุพงษ์ บุญญประทีป ผบ.มว.ปล.ที่ ๒ ครั้นเมื่อ ๐๓๑๑๓๐ ก.พ. ๓๐ ได้ ลว. พบฝ่ายตรงข้ามประมาณ ๑๕ - ๒๐ คน จึงเกิดการปะทะกันบริเวณห้วยพลาญเสือ ซึ่งฝ่ายตรงข้ามได้วางกำลังซุ่มโจมตีอยู่ตามแนวคูติดต่อเก่า ซึ่งอาศัยเป็นที่กำบังซ่อนพราง โดยฝ่ายตรงข้ามเปิดฉากการยิงด้วยปืนเล็ก,ระเบิดเคลย์โม และจรวด อาร์พีจี อย่างหนาแน่น รวมทั้งใช้อาวุธยิงสนับสนุนจาก เนิน ๔๐๘ , ๓๘๒ , และ เนิน ๕๐๐ มายังหน่วย ลว.ของฝ่ายเรา การปะทะเป็นไปอย่างดุเดือด ฝ่ายเราดำเนินกุลยุทธ์ต่อสู้ด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ผลจากการปะทะครั้งนี้ เป็นเหตุให้กำลังพลฝ่ายเราเสียชีวิตในพื้นที่ปะทะ ๒ นาย คือ ร.ท.อนุพงษ์ บุญญประทีป ผบ.มว.ปล.ที่ ๒ และ จ.ส.ต.จตุรงค์ สร้อยสิงห์ ผบ.หมู่ ปล. กำลังพลบาดเจ็บอีก ๔ นาย โดยเมื่อ ๐๓๑๑๔๕ ก.พ. ๓๐ ร้อย.ร. ๑๖๓๑ และ ร้อย.ทพ.ที่ ๒๓๐๕ ได้จัดกำลังเข้าที่หมายเพื่อนำศพกำลังพลที่เสียชีวิตออกจากพื้นที่ปะทะ เกิดการสู้รบกำลังฝ่ายตรงข้ามอีกประมาณ ๒ ชม. ทำให้มีผู้เสียชีวิตขึ้นอีก ๒ นาย คือ ร.ท.สะอ้าน เงินแสงสวย ผบ.ร้อย.ทพ.ที่ ๒๓๐๕ และ ทพ.จันทร์ บุญผา จนกระทั่งเวลา ๒๐๐๐ จึงสามารถนำศพผู้เสียชีวิตออกมาได้ทั้งหมด ฝ่ายเราจึงนำศพที่เสียชีวิตและบาดเจ็บออกจากพื้นที่ปะทะ และถอนตัวเพื่อปรับกำลังใหม่

รายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปะทะครั้งนี้มีดังนี้.-
ลำดับ |
ยศ-ชื่อ-สกุล |
หมายเลข
ประจำตัว |
ตำแหน่ง
|
หมายเหตุ |
๑.
๒.
๓.
๔.
๕. |
ร.ท.อนุพงษ์ บุญญประทีป
จ.ส.ต.จตุรงค์ สร้อยสิงห์
พลฯ อาทิตย์ สินพงษ์
พลฯ สุรพล แสงดารา
พลฯ สมบัติ จตุเชน |
๑๒๓๕๐๐๑๐๑๕
๑๒๓๗๑๐๐๓๗๕
๑๒๘๔๘๐๑๕๖๗
๑๒๘๔๖๐๑๒๐๖
๑๒๘๔๖๐๑๒๐๖ |
ผบ.มว.ปล.
ผบ.หมู่ ปล..
พลนำสาร
พลนำสาร
พลนำสาร |
เสียชีวิต
เสียชีวิต
บาดเจ็บที่ขาขวา
ถูกสะเก็ดระเบิดที่แขน
ขาขวาท่อนล่างหัก |
เมื่อ ๒๐๑๘๔๕ ก.พ. ๓๐ ฝ่ายตรงข้ามใช้ ค.๘๒ จากบริเวณหลังเนิน ๔๐๘ ระดมยิงที่มั่นสะกัดกั้น ร้อย.ร.๑๖๓๑/๑ บริเวณพิกัด WA ๒๒๕๘๗๕ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ฝ่ายเราได้ใช้ ป.ยิงต่อต้าน จึงทำให้การยิงของฝ่ายตรงข้ามสงบลง ผลทำให้ ฝ่ายเราเสียชีวิต ๑ นายและ บาดเจ็บ ๒ นาย
รายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปะทะครั้งนี้มีดังนี้.-
ลำดับ |
ยศ-ชื่อ-สกุล |
หมายเลข
ประจำตัว |
ตำแหน่ง |
หมายเหตุ |
๑.
๒.
๓. |
พลฯ บัวผัน คำมณี
จ.ส.อ.วิโรจน์ สุขโหมด
พลฯ จำเริญ ไข่นุ่นกา |
๑๒๘๔๖๐๐๔๙๘
๑๑๖๓๓๑๘๒๗๔
๑๒๘๔๖๐๓๖๔๑ |
พล.ปล.
ผบ.มว.ค.๖๐
พลกระสุน |
เสียชีวิต
ถูกสะเก็ดระเบิด
ถูกสะเก็ดระเบิด |
เมื่อ ๒๓๐๘๐๐ ก.พ. ๓๐ ร้อย.ร.๑๖๓๑ ได้ทำการเปิดพื้นที่บริเวณพิกัด WA ๒๒๔๘๗๔ โดยใช้บังกะโลตอร์ปิโด ครั้นเมื่อ ๒๓๐๘๑๐ ก.พ. ๓๐ ฝ่ายตรงข้ามได้ใช้ ค. ระดมยิงที่มั่นฝ่ายเราบริเวณ เนิน ๔๐๘ , เนิน ๓๘๒ และ เนิน ๓๗๖ และใช้ ป.ยิงสนับสนุนจากภายนอกประเทศ ฝ่ายเราได้ใช้ ป., ค. ยิงตอบโต้ ประมาณ ๓๐ นาที ฝ่ายตรงข้ามจึงสงบการยิง
เมื่อ ๒๓๐๘๕๐ ก.พ.๓๐ มว.ร.๑๖๓๑/๑ ได้ตรวจการณ์พบที่มั่นฝ่ายตรงข้ามบริเวณพิกัด WA ๒๘๔๘๗๓ ซึ่งห่างจากที่มั่นฝ่ายเราประมาณ ๗๐ ม. มว.ร.๑๖๓๑/๑ ภายใต้การนำของ ร.ท. จุลเศรษฐ์ ราษฎรดี ผบ.มว.ปล. ได้จัดชุด ลว.พิสูจน์ทราบ บริเวณที่หมายดังกล่าว ครั้นชุด ลว. เคลื่อนที่เข้าหาที่หมายห่างในระยะประมาณ ๑๐ ม. ได้ปะทะกับฝ่าย ทวน. ฝ่าย ทวน. ได้เปิดฉากการยิงด้วย เคลย์โม, จรวดอาร์พีจี,ปก.และ ปล. อย่างหนาแน่น พร้อมทั้งอาวุธยิงสนับสนุน ค. จากบริเวณเนิน ๔๐๘ ,๓๘๒,๕๐๐ และ เนิน ๓๗๖ รวมทั้ง ป.จากเนิน ๔๖๙ และ พิกัด WA ๑๗๘๘๒๕ การปะทะกินเวลา ๓๐ นาที ผลปรากฏ ฝ่ายเราเสียชีวิต ๒ นาย ชุด ลว. ได้ดำเนินกลยุทธ์นำศพ ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บออกจากพื้นที่ปะทะ สามารถนำศพออกมาได้ ๑ ศพ ส่วนอีก ๑ ศพ ไม่สามารถนำออกมาได้ เนื่องจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งอยู่ในที่มั่น คูติดต่อและบังเกอร์พยายามยิงขัดขวาง ฝ่ายเราดำเนินกลยุทธ์ด้วยการยิงสนับสนุนจาก ป.และ ค. เกิดการยิงโต้ตอบด้วย ป.และ ค. จนกระทั่ง ๒๓๑๒๕๐ ก.พ. ๓๐ ฝ่ายเราก็ยังไม่สามารถแย่งศพผู้เสียชีวิตได้ เกิดการปะทะต่ออีกประมาณ ๑ ชม. โดยฝ่ายตรงข้ามใช้ ป.และ ค. ยิงสนับสนุนตลอดเวลา และ ทวน. ได้ลากศพผู้เสียชีวิตเข้าไปในคูติดต่อ ผลการปะทะรอบที่สอง ฝ่ายเราได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีก ๗ นาย
รายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปะทะครั้งนี้มีดังนี้.-
ลำดับ |
ยศ-ชื่อ-สกุล |
หมายเลข
ประจำตัว |
ตำแหน่ง
|
หมายเหตุ |
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙. |
ส.อ.วีระพงษ์ วงศ์สุวรรณ
พลฯ ประวัติ โถทอง
ร.ท.จุลเศรษฐ์ ราษฎรดี
จ.ส.อ.มณเทียร นามบุญ
ส.ท.นิพนธ์ บูรสิทธิ์
ส.ท.วรพันธ์ วิเศษแก้ว
พลฯ มนูญ นิลลาดคำ
พลฯ จำเนียร จันได
พลฯ บุญทัน ผลพุทรา |
๑๒๓๗๑๐๑๘๐๒
๑๒๙๗๒๐๐๒๕๕
๐๑๒๗๑๐๐๙๘๗
๑๑๕๑๒๐๐๒๘๒
๑๒๕๗๒๐๐๖๘๘
๑๒๕๗๑๐๐๑๗๕
๑๒๘๔๖๐๐๑๙๔
๑๒๙๗๒๐๐๒๖๐
๑๒๙๐๓๐๐๕๕๖ |
หน.ชุดยิง
พลยิง เอ็ม.๒๐๓
ผบ.มว.ปล.
ผบ.หมู่ ปล.
หน.ชุดยิง
หน.ชุดยิง
พล.สูทกรรม
พล.ปล.
พล.ปล. |
เสียชีวิต
เสียชีวิต
ถูกสะเก็ดระเบิด
ถูกแรงอัด
ถูกสะเก็ดระเบิด
ถูกสะเก็ดระเบิด
ถูกสะเก็ดระเบิด
ถูกสะเก็ดระเบิด
ถูกสะเก็ดระเบิด |
เมื่อ ๒๖๐๙๒๐ ก.พ. ๓๐ ป.,ค. ได้ยิงเตรียมต่อที่หมายเนิน ๔๐๘ เมื่อ ๒๖๐๙๓๐ ก.พ. ๓๐ ฝ่ายเราได้เปลี่ยนจากการยิง เป็นการดำเนินกลยุทธ์เข้าตีที่หมาย โดย ร.๑๖๓๑ ร่วมกับ ร้อย.ร.๑๖๒๒ , ร้อย.ทพ.จจ.๙๕๘,๙๕๒ จากแนวที่มั่นปัจจุบัน บริเวณพิกัด WA ๒๒๕๘๗๕ โดย ร้อย.ร.๑๖๓๑ ใช้กำลัง ๑ มว.ปล.เป็น มว.นำทำการยิงตรึงด้านกลาง ร้อย.ร.๑๖๒๒ ใช้กำลัง ๑ มว.ปล. เป็น มว. นำเข้าตีที่หมายทางด้านปีกทิศตะวันออก เนิน ๔๖๘, ร้อย.ทพ.จจ.๙๕๘,๙๕๒ เข้าตีทางด้านตะวันตก เนิน ๔๐๘ ขณะที่ฝ่ายเราดำเนินกลยุทธ์ต่อที่หมาย โดยใช้บังกะโลตอร์ปิโดทำลายสนามทุ่นระเบิดของ ทวน. ทวน. ได้ใช้ ค.,ป. ระดมยิงใส่ฝ่ายเราอย่างหนัก ฝ่ายเราจึงใช้ ป.และ ค. ยิงตอบโต้นานประมาณ ๑ ชม. ทวน.จึงสงบการยิง
เมื่อ ๒๖๑๐๔๕ ก.พ. ๓๐ ฝ่ายเรา จึงใช้ ป.ทำม่านควันบริเวณที่หมายและพยายามดำเนินกลยุทธ์ต่อไป ฝ่ายตรงข้ามได้ใช้ ป.,ค.ระดมยิงใส่ฝ่ายเราพร้อมกับกำลัง ทวน. ที่อยู่ตามแนว คูติดต่อ ซึ่งมีลักษณะ ๒ ชั้น ได้ใช้ ปล.,ปก. และจรวดอาร์พีจี ยิงมาใส่ฝ่ายเราอย่างหนาแน่น การปะทะใช้เวลากว่า ๒ ชม. ฝ่ายเราต้องถอน ตัวกลับเข้าที่มั่นสกัดกั้น จนกระทั่งเมื่อ ๒๖๑๒๑๕ ก.พ. ๓๐ ฝ่ายเราเข้าตีต่อที่หมายอีกครั้ง เป็นระลอกที่ ๒ โดยใช้ ค.และ ป. ยิงกดบริเวณที่หมาย และยิงต่อต้านการยิง สนับสนุนของฝ่ายตรงข้ามที่ยิงมาจากภายนอกประเทศ การปะทะระลอกที่ ๒ นานประมาณ ๑ ชม. ฝ่ายเราก็ยังไม่สามารถยึดที่หมายได้ และเมื่อ ๒๖๑๗๑๕ ก.พ ๓๐ ฝ่ายตรงข้ามได้ใช้ ป.,ค. ระดมยิงฝ่ายเราบริเวณพิกัด WA ๒๒๕๘๗๕ จึงเกิดการตอบโต้ด้วยอาวุธยิงสนับสนุนอีกครั้งนานประมาณ ๔๕ นาที ฝ่ายตรงข้ามจึงสงบการยิงจากการยิงตอบโต้ด้วยอาวุธยิงสนับสนุนหลายระลอก ตามห้วงเวลาดังกล่าว เป็นผลให้กำลังพลฝ่ายเราได้รับบาดเจ็บ ๗ นาย เป็น กำลังพลของ ร้อย.ร.๑๖๓๑ จำนวน ๔ นาย คือ. -
รายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปะทะครั้งนี้มีดังนี้.-
ลำดับ |
ยศ-ชื่อ-สกุล |
หมายเลข
ประจำตัว |
ตำแหน่ง
|
หมายเหตุ |
๑.
๒.
๓.
๔. |
ส.อ.นิรันดร พลเยี่ยม
พลฯ เสรี บุตรคำ
พลฯ ศิราพงษ์ อัปมาโท
พลฯ บุญรัตน์ พิมพ์บุญ |
๑๒๑๐๓๐๐๗๕๙
๑๒๘๗๒๐๐๒๔๐
๑๒๙๑๓๐๐๓๖๐
๑๒๘๔๖๐๐๓๘๖ |
หน.ชุดยิง
พล.ยิง เอ็ม ๒๐๓ พล.ปล.
พลสูทกรรม |
ถูกสะเก็ดระเบิด
ถูกสะเก็ดระเบิด
ถูกสะเก็ดระเบิด บาดเจ็บบังเกอร์ล้มทับ |
การเข้าตีที่หมายเนิน ๔๐๘ ในห้วงแรก ประสบกับปัญหาอุปสรรคนานับประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยิงของฝ่ายตรงข้ามที่ใช้อาวุธยิงสนับสนุน ทั้งจากที่มั่นเนินสูงข่มต่าง ๆ การยิงมาจากภายนอกประเทศ เป็นผลให้กำลังพลส่วนดำเนินกลยุทธ์ของฝ่ายเราได้รับการสูญเสีย จึงต้องถอนตัวกลับที่มั่นสกัดกั้น โดยมีการปรับแผนและปรับกำลังที่จะดำเนินกลยุทธ์เข้าตี เพื่อยึดที่หมายเนิน ๔๐๘ ให้ได้โดยเด็ดขาด
การเข้าตีที่หมาย บก.ร้อย.๙ และ ที่หมายเนิน ๔๐๘
พัน.ร.ฉก. ๑๖๒ ( ฉก.จุรินทร์ ) ได้รับมอบภารกิจให้เข้าตีที่หมาย บก.ร้อย.๙ และที่หมาย เนิน ๔๐๘ เพื่อผลักดันกำลังฝ่ายตรงข้ามใน ๒๕ มี.ค. ๓๐ จนจบภารกิจ
การจัดกำลัง ฉก.จุรินทร์
- ๘ ชป. จาก พัน.ร.ฉก. ๑๖๒
- ๔ ชป. จาก ร้อย.ลว.ไกล กกล.สุรนารี
- ๓ ร้อย.ทพ. จจ. จาก ชค.๕๑๓ สย. ๑๖
- ๓ ชุด ช.ตรวจค้นทุ่นระเบิด
โดยมีแนวความคิดในการปฏิบัติคือ ใช้กำลัง ๘ ชป. ( พัน.ร.ฉก.๑๖๒ ) และ ๔ ชป. จาก ร้อย.ลว.ไกล กกล.สุรนารี เป็นส่วนเข้าตีหลัก เข้าตีต่อที่หมาย บก.ร้อย.๙ และ ๓ ร้อย.ทพ.จจ.ชค. ๕๑๓ สย.๑๖ เป็นส่วนเข้าตีสนับสนุนต่อที่หมายเนิน ๔๐๘
บก.ร้อย.๙ ของ ทวน. เป็นที่มั่นดัดแปลงแข็งแรงคร่อมอยู่บนเส้นทางช่องบก - บ.แปดอุ้ม ระหว่างเนิน ๔๐๘ กับ เนิน ๓๘๒ มีกำลังฝ่ายตรงข้ามประมาณ ๓๐ - ๔๐ คน
เมื่อ ๑๙ มี.ค. ๓๐ กำลัง ๔ ชป. จาก ร้อย.ลว.ไกล กกล.สุรนารี ทำการ ลว. พิสูจน์ทราบที่หมาย บก.ร้อย. ๙ และเส้นทางส่งกำลังบำรุงของฝ่าย ทวน. จากปากช่องบก สู่ บก.ร้อย.๙
เมื่อ ๒๓ มี.ค. ๓๐ ฉก.จุรินทร์ ได้ตกลงใจใช้กำลัง ๘ ชป. ของ พัน.ร.ฉก. ๑๖๒, ๔ ชป. ของ ร้อย.ลว.ไกล กกล.สุรนารี เข้าดำเนินกลยุทธ์ต่อที่หมาย บก.ร้อย.๙ โดยการเข้าตีโอบใช้แนวทางเคลื่อนที่จากเนิน ๓๔๐ ไปยังที่ตั้งเนิน ๔๐๘ เพื่อรักษาเส้นทางส่งกำลังและเส้นทางส่งกลับใช้กำลัง ๒ ชป. จาก พัน.ร.ฉก.๑๖๒ และ ๒ ชป. จาก ร้อย.ลว.ไกล กกล.สุรนารี วางกำลังซุ่มโจมตีจากปากช่องบก สู่ บก.ร้อย.๙ เพื่อสกัดกั้นการถอนตัวในการเพิ่มเติมกำลังของ ทวน.
เมื่อ ๒๕๐๗๐๐ มี.ค. ๓๐ ฉก.จุรินทร์ ได้จัดกำลังเป็น ชป.ขนาดเล็ก ชป.ละ ๑๒ นาย รวม ๑๒ ชป. ปฏิบัติเข้าตีข้าศึกที่หมาย บก.ร้อย.๙ พัน.๙ พิกัด WA ๒๓๑๘๗๑ และที่หมายเนิน ๔๐๘ พิกัด WA ๒๒๕๗๘๓
เมื่อ ๒๕๐๗๐๐ มี.ค. ๓๐ กำลัง ทวน. ๑ นาย ได้เดินเข้ามาในพื้นที่ใกล้ที่หมายฝ่ายเรา ฝ่ายเราจึงสังหารด้วย ปล.โดยยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้จำนวนหนึ่ง
เมื่อ ๒๕๐๗๑๕ มี.ค. ๓๐ ฝ่ายเราได้ดำเนินกลยุทธ์เข้าตีต่อที่หมาย บก.ร้อย.๙ และถูกต่อต้าน จากข้าศึกอย่างหนักด้วย ปล.,ปก.และจรวดอาร์พีจี แต่ฝ่ายข้าศึกไม่สามารถต้านทานการรุกของฝ่ายเราได้จึงแตกหนีกระจัดกระจายออกนอกประเทศ ผลการปฏิบัติการเข้าตีครั้งนี้ ฝ่ายเราสามารถสังหารข้าศึก ในพื้นที่ปะทะบริเวณที่หมาย บก.ร้อย.๙ ได้ ๕ ศพ ยึดกระสุน ค.๘๒ ได้ประมาณ ๕๐๐ นัด และอาวุธยุทโธปกรณ์เป็นจำนวนมาก
เมื่อ ๒๕๐๘๐๐ มี.ค. ๓๐ ขณะที่ฝ่ายเรากำลัง ลว.พิสูจน์ทราบและตรวจค้นที่หมายนั้น ข้าศึกได้ระดมยิง ค.และ ปรส.จากเนิน ๔๐๘ , ๕๐๐ และ บก.พัน.พิกัด WA ๒๒๘๘๖๓ อย่างหนาแน่น ฝ่ายเราจึงถอนตัวออกจากพื้นที่เพื่อเตรียมการปฏิบัติในการเข้าตีต่อที่หมายเนิน ๔๐๘ ต่อไป
เมื่อ ๒๕๐๘๑๕ มี.ค. ๓๐ ฉก.จุรินทร์ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ ๔๐๘ ได้ดำเนินกลยุทธ์เข้าสู่ที่หมาย แต่ถูกต้านทานด้วย ปล.,อาร์พีจี รวมทั้ง ค.และ ปรส. จากเนิน ๕๐๐, ๔๐๘ รวมอำนาจจากการยิงอย่างหนา แน่นมายังบริเวณเนิน ๔๐๘ ซึ่งฝ่ายข้าศึกอยู่ในที่มั่นแข็งแรงที่เป็นคูติดต่อและบังเกอร์บิด ฝ่ายเราจึงวางกำลังเกาะติดห่างที่หมายประมาณ ๓๐ เมตร
เมื่อ ๒๕๐๙๐๐ มี.ค. ๓๐ กำลัง ทวน. ๒ นาย ซึ่งคาดว่าเคลื่อนย้ายจาก บก.ร้อย.๙ เดินเข้าสู่พื้นที่สังหาร ที่ฝ่ายเราวางกำลังสกัดกั้น ฝ่ายเราจึงสังหารด้วย ปล. และยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ และต่อมามีกำลังทวนอีก ๓ นาย เข้ามาพื้นที่สังหารอีกจึงถูกฝ่ายเราสังหารด้วย ปล. เสียชีวิตทั้งหมด
เมื่อ ๒๕๐๙๔๕ มี.ค. ๓๐ ข้าศึก ๓ นาย เคลื่อนที่เข้ามาในพื้นที่สังหาร ฝ่ายเราสามารถสังหารได้ ๑ ศพ ที่เหลือหลบหนีไป จึงยึดอาวุธยุทโธปกรณ์และเอกสารจำนวนหนึ่ง
|
เมื่อ ๒๕๑๐๐๐ มี.ค. ๓๐ ฝ่ายตรงข้ามได้ใช้ ค.,ป. และ ปรส. ระดมยิงอย่างหนาแน่นมาบริเวณ บก.ร้อย.๙ ซึ่งฝ่ายเรากำลังเข้าตี และวางกำลังอยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ฝ่ายสูญเสีย คือ เสียชีวิต ๑ นาย บาดเจ็บอีก ๒๓ นาย เป็นกำลังพลใน ร้อย.ร.๑๖๓๑ จำนวน ๙ นาย ดังต่อไปนี้.- |
รายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปะทะครั้งนี้มีดังนี้.-
ลำดับ |
ยศ-ชื่อ-สกุล |
หมายเลขประจำตัว |
ตำแหน่ง |
หมายเหตุ |
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙. |
จ.ส.อ.นิวัตร ลุนบุดดา
พลฯ วิรุฬ บุญอำนวย
ร.อ.มนตรี สุดยินดี
จ.ส.อ.ประทีป ไชยโย
ส.อ.สำนึก โนนแก้ว
พลฯ ไพบูลย์ โพธิ์สาย
พลฯ ทองใบ สุกสุพรรณ
พลฯ บวร หนูกัน
พลฯ สุพจน์ พลงาม |
๑๑๘๗๑๐๐๘๑๙
๑๒๘๔๖๐๑๑๒๖
๑๑๗๓๓๐๖๔๑๒
๑๒๒๗๑๐๐๗๘๗
๑๒๕๗๑๐๒๖๔๙
๑๒๘๐๓๐๐๖๕๐
๑๒๘๔๖๐๐๔๙๓
๑๒๙๔๖๐๐๔๗๒
๑๒๙๗๒๐๐๒๖๘ |
ผบ.หมู่ ปล.
พลสูทกรรม
ผบ.ร้อย.ร.
ผบ.หมู่ ปล.
หน.ชุดยิง
พลยิง ผช.
พลยิง ผช.
พลนำสาร
พลนำสาร |
เสียชีวิต
เสียชีวิต
ถูกสะเก็ดระเบิด
ถูกสะเก็ดระเบิด
ถูกสะเก็ดระเบิด ถูกสะเก็ดระเบิด
ถูกสะเก็ดระเบิด
ถูกสะเก็ดระเบิด ถูกสะเก็ดระเบิด |
และเมื่อ ๒๕๑๓๐๐ มี.ค. ๓๐ กำลัง ๔ ชป. ของฝ่ายเรา ซึ่งวางกำลังซุ่มโจมตีตามแนวเส้นทางจากช่องบกสู่ บก.ร้อย.๙ ได้โจมตี ทวน. ซึ่งถอนตัวจาก บก.ร้อย.๙ และกำลังที่เพิ่มเติมเข้ามาจากปากช่องบก สามารถสังหาร ทวน. ได้ ๑๒ ศพ และยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้จำนวนหนึ่ง ภายหลังจากนี้ พัน.ร.ฉก.๑๖๒ ได้ปรับแผนปฏิบัติรวมทั้งปรับกำลังเข้าตีใหม่ และสามารถยึดที่หมาย เนิน ๔๐๘ และ บก.ร้อย. ๙ ได้ในที่สุด 
|